540 KUB – Queensland Sunshine State

posted on 06 Sep 2008 20:15 by hoppy

 

วันนี้ ไปทำการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถมา เป็นการตื่นเช้ามากๆ เพราะก่อนอื่นต้องเอารถไปเข้า

เชคศูนย์ toyota  ไก๊ล ไกล ไกลถึงบ้าน homestay ที่ต้องขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ 8  โมงเช้า

ไปถึงศูนย์ก็ 9 โมง คิดดูแล้วกันๆ ไปถึงพอดีนัด เลยแวะซื้อ McDonal ตอนแรกกะจะให้ที่ศูนย์ไปส่ง north lake shopping centre (ถิ่นเก่า)ก็กระไรอยู่เพราะห้างยังไม่เปิด เลยบอกกับแม่ว่า งั้นนั่งรอแล้วกันเนอะ ก็แค่ 2 ชมเอง -_- “พระเจ้าช่วยนานได้ใจ แต่ก็ยังมีโซฟายาว พร้อมเก้าอี้นุ่ม ไว้ให้นั่ง อ้ายเราก็รู้อยู่ล่ะว่า ต้องรอนาน เลยเอาหนังสือ มาอ่านด้วย ฮั่นแน่ๆ นึกว่าการ์ตูนล่ะสิ เปล่าเลย หนังสือเรียน ขอรับ มิน่าเชื่อ อ้ายอ๊อบอ่านหนังสือเรียน แต่ก็อิร๊อบ เดิม ก็พรุ่งนี้อาจารย์ จะถามน่ะสิ เหะๆ ก็อ่านๆ ไป ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะแม่เมาท์ ดังมาก โชคดีคนไม่ค่อยเยอะแถมแอบแว๊บ ไปดูรถ เห็นลอยอยู่บนอากาศ สงสัยจะเชคช่วงหลัง แต่ไหง ไม่มีคน ล้อก็หาย แหล่วๆ สงสัยพี่ๆ เค้าคงพักเที่ยง แต่ไม่มีใครทำอะไรสักที ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่า

กระจกหลังมีรอย นิดหน่อย ดีที่ไม่บังวิสัยทัด ในการขับขี่ ไม่งั้นล่ะก็ ได้เปลี่ยนใหม่ทั้งบาน

งานนี้มีเสียตังค์ อ้ายเราก็เลยบอกว่า เอาไว้ก่อนได้มั๊ย ก็ตู แค่อยากได้ทะเบียนใหม่แค่นั้นเอง แหะๆ จนแล้วจนรอด นากา บอก 11 โมงเด่ะ รถก็เสร็จสิ้น พอดิบ พอดีก็สงสัยอยู่เป็นนานว่าเชคอะไรหนักหนา สงสัยจะแพง ปรากฏว่า $ 57 เค้าก็บอกว่า

แค่เชค  Road Safety เฉยๆ แต่ล่อเข้าไป 2 ชม แต่เอาเถอะ แล้วๆ ไป พอออกมาจากศูนย์

toyota ก็ขับรถบึ่งมาที่ Chermside Queensland  Transport พอได้ที่จอดปุ๊ป ก็หยิบ ไม้บรรทัดออกจากกระเป๋า เอามาเพื่อ ?!?เพื่อถอดป้ายทะเบียน Western Australia ออก แง้ๆ -_-“ แอบใจหาย ก็ติดมาตั้งนาน แล้วนิ อยู่ๆ มาถอดก็หมุนกันใหญ่ ทั้งแม่ ทั้งลูก คนคงสงสัยว่าแม่ ลูก คู่นี้ทำอะไร หมุนอยู่สักพัก หัวน๊อตหัก ติดมา ก๊ากอ้าย อ๊อบโดนแม่ด่า ว่าทำไมขัน เบาๆ ก็น่ะ มานโดนโดนฝน ก็ต้องมีกันบ้าง มันกรอบ บ บ บ บ บ แต่โชคดีที่มีคืม  อยู่ท้ายรถ ไม่รู้ว่าโชคดี หรือว่าคุณพ่อ ใส่ไว้ ฮ่าๆๆๆ ก็เลยได้ขัน ออกมาครบ ทั้งหน้า ทั้งหลัง 

540 KUB – Queensland Sunshine State

แม่ผ้ม แม่ผม ๆๆ อิอิ

 

ก็กดคิว สักพัก เจอเจ้าหน้าที่คนเดิม ก็คราวที่แล้วที่มาถามรายละเอียด ก็พี่หน้านี้ล่ะ พอถึงเคาท์เตอร์ เฮียก็ถามเลย วันนี้เตรียมเอกสารมาพร้อม มั๊ย เราก็ตอบ yes แต่จริงๆ แล้วไม่ครบ หรอกเพราะไม่ได้เอาหลักฐานการซื้อ ขาย มาด้วย เหะๆ ก็น่ะ ในสมุดรถ ดันเป็นการซื้อขาย ของรถ อ้ายกอฟ ก็ยัง งงๆ อยู่ว่า นี่รถใคร แล้วเอกสารตู ไปไหน แต่โชคยังดี ที่เฮียเค้าไม่เชคอะไรมาก อ้ายเราเลยยื่นแค่เอกสารสมัคร แล้วก็ใบ road safety ที่เพิ่งไปเชคมาสดๆ ร้อนๆ ให้ไป เจ้าหน้าที่  key computer แล้วก็เงยขึ้นมา ถามว่าบัตรเครดิตล่ะ แม่ก็ยื่นให้ 3 ใบให้มันเลือก มันก็เลือกไปอันหนึ่ง สุดท้าย

ก็จ่ายตังค์ ไป $550 อ่ะๆ อย่าเพิ่ง งง ว่าทำไมเชคเอกสารน้อยจัง ก็ยัง งงๆ อยู่ เพราะคราวที่แล้วที่มา

ถามเฮียเล่นบอกว่า เอานู่น เอานี่ ต้องตามนี้น่ะ แต่ไหง ขอแค่ไม่กี่อย่าง ขนาด confirm address ยังไม่ดูเลย อุตส่าห์บอกพวกเกาหลีดิบดี เหะๆ  และแล้ว ก็ค่อยๆ ยื่น ป้ายทะเบียน Western Australia ให้เค้าไป ก็แหม อยากได้ติดไว้ข้างฝาบ้าน นิดนึงไม่ได้เหรอ พอรับไป เท่านั้น เฮีย เค้าก็โยนลงขยะ ดังโครม เซ็งไปเลยตู -_-“

แล้วเฮียเค้าก็ส่งทะเบียนใหม่มาให้ 540 KUB – Queensland Sunshine State

ดูดี มีชาติตระกูลก็จะได้ไม่เป็นแกะดำแล้วไง นิดนึง ๆ ๆ ๆ พอเสียเงินเป็นที่เรียบร้อย ก็ต้องขันทะเบียนติดรถซะหน่อย แล้วก็บึ่งรถกลับไปเรียนต่อ อิอิอิ 540 KUB – Queensland Sunshine State ก็ต้องมีกันบ้าง เล็ก น้อย 

 

พระเจ้าช่วยกล้วงปิ้ง เพิ่งรู้ว่าการหาบ้านเช่านั้น ยากดีแท้หนอ
เพราะ i อ๊อบมาอยู่นี่ก็เพิ่ง จะ 2 อาทิตย์ แต่หาบ้านอยู่ นี่ก็ปาเข้าไปอาทิตย์เต็มๆ
นี่ถ้าไม่ได้ http://www.sunbrisbane.com/ ช่วยไว้ล่ะก็ (thx น้องเชียร์)
ป่านนี้ เจ้าอ๊อบก็คง ไม่มีที่ซุกหัวนอน

พี่ชายคนดีบอกว่า ให้ไปนอนตาม park แหมๆ คุณพี่โซ ค่ะ
เค้าบอกว่าตามพี่ชายหมาไม่กัด เชิญก่อนเลย อิอิ


สุดท้าย ท้ายสุดของบ่ายสอง วันนี้
i อ๊อบก็ได้ที่นอนกับเค้าสักที หลังจากโดนหักหลังมาหลายราย
ก็บอกเราอยู่เป๊ปๆ ว่า ห้องยังว่างอยู่ มาได้เลย เปป ป ป เดียวเท่านั้นล่ะ
เรียบร้อย มีคนเอาห้องไปแล้ว แบบนี้เค้าเรียก ช้าหมด อดนอน เฮ้อๆ
แต่ i อ๊อบก็สู้ไม่ถอย ก็ตามล่าห้องที่นอนต่อไป

จนในที่สุด ในที่สุด KENMORE นี่คือ สถาน น น ของการหลับนอน ที่ i อ๊อบรอมาสู่
แง่มๆ พูดแล้วมันก็เหนื่อยใช่เล่น กว่าจะได้ไปดูบ้านแต่ละหลัง
หลงทาง เป็นว่าเล่น ขึ้นรถเมล์ผิด เลยสถานีรถไฟ รันทด ดีแท้
แต่ยังงี้ล่ะ ชีวิต แค่โดนทำร้าย ย ย ย ย
ไม่เท่าไหร่ แถมโดนเจ้าของห้องเล่นแง่ เล่นตัว มันน่าเผาบ้านซะให้เกลี้ยง แหมๆ
แต่ยังไงซะ ผู้ให้เช่าน่ารัก ก็มีหลายรายอยู่
ประมาณว่าเห็นใจเรามาก ก็คิดดูบ้าน HOMESTAY อยู่ โซน 6 จากเมือง
แล้ว i เราเนี๊ยะเรียน UQ St Lucia ท้าให้เปิด GOOGLE MAP หาได้เลยจาก
Talara Way ไป UQ St Lucia ห่างกันกี่ร้อยโหล โล ฮื้อๆ

อ้อ เส้นทางการเดินทางของ i อ๊อบจะมีมาให้อัพเดท แน่นอน
แล้วจะรู้ว่า i น้อยคนนี้มันบ่ ยั่น จริงๆ น่ะ

สรุปแล้ว หาบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หายังไงให้มันถูกใจเรานี่สิยาก
ถ้าไม่คิดมาก บ้างบ้าน ก็ pack กระเป๋า ย้ายเข้าอยู่ได้เลย
แต่ที่แน่ๆ ต้องถามให้แน่ชัดซะก่อนนะ่ว่า Fully Furnite หรือเปล่า
ไม่งั้นต่อให้ ขน กระเป๋า เข้าไปก็ได้เจอแต่ห้องว่างๆ นั่นล่ะค๊าบ
บ้านที่ให้เช่า ที่นี่ ก็แล้วแต่ราคา i ที่จะอยู่ในเมือง แล้ว เชิดๆ เริ่ดๆ ล่ะก็
เตรียมพกตังค์มาได้เลย อาทิตย์ล่ะ $200 กว่าๆ แถมไม่ได้บ้านเป็นของตัวเอง
ต้องแชร์กับเพื่อนร่วมชีวิตอีกหลายคนอยู่ อย่างเช่นที่ไปเจอมาอยู่
ใจกลางเมืองติด Story Bridge เลย หลังนี้เดินแทบตาย เพราะหลงไปคนล่ะฝาก China Town
ห้องนี้ เช่ารวม อยู่กับคนเกาหลี ตกอาทิตย์ล่ะ $150 แต่มีผู้ร่วมชะตากรรมอยู่ อีก 4 คน
ไม่รู้ยัดเข้าไปได้ยังไง กันน่ะนั่น ฮึ่มๆ
ก็ถ้าเรื่องมาก ก็ต้องหาไปเรื่อยๆ แต่ i อ๊อบเนี๊ยะ มันไม่ได้เรื่องมากน่ะ
แต่มันไม่มีที่จะอยู่ ก็ต้องเดาซุ่มไปเรื่อย

แล้วที่ แห่งนี้ล่ะ คับ ที่ อ๊อบได้ มาพักพิง

ที่ซุกหัวนอน หลังที่ 2

หลังจากไปรับรถ มาแล้ว ก็ขับมาที่บ้านนี้เลย
ก็กะว่าจะมาดูเฉยๆ อ่ะน่ะ เพราะไม่ได้หวังอะไรแล้ว
เพราะกะจะพักสักอาทิตย์เพราะ แม่ก็ มาแล้ว
หยุดไปเที่ยวให้หาย ละเหี่ยใจดีกว่า

พอไปถึงหน้าบ้านดูดี น่ะ ไม่เก่า ไม่ใหม่ ยังนึกไม่ออก
สาวเกาหลี โผล่หน้ามาบอกว่าเดี๋ยวจะลงมาเปิดประตูให้
ก็เข้าไปดูบ้านข้างใน ว้าวๆ ๆ ๆ ๆ บ้านใหม่ถูกใจจิ๋กโก๋
ห้องแรก เปิดเข้าไปดู กำลังพอดู หน้านอนเชียว เตียง queen size
แต่ท่านชายเกาหลีบอกว่า no no ห้องนี้ $150 แป๋วๆ ๆ ๆ
ก็นึกว่าห้องเรา สุดท้ายก็พาลงไปข้างล่าง อารมณ์ประมาณ ใต้ดินนิดๆ
ก็เดินเข้าไปดูห้องเล็กกว่านิด แต่ว่ามีอาณาเขตของตัวเอง
นั่นคือมีที่นั่งเล่นหน้าห้อง นึกในใจ ดีหว่ะ ข้างล่างนี่ล่ะ อาณาจักรของข้าน น น
ก็พยักหน้า งึกๆ ถามว่า $130 นี่รวม internet เปล่า มันบอกว่า no no (อีกล่ะ)
ก็ไม่รวมสรุปจ่าย $5 ต่อ wk ก็ Ok ถามต่อ แล้วจะต่อไง พอดี
เป็นบ้าหอบฟาง หอบหิ้ว เครื่อง PC มาจาก Perth มันอึ้งไปประมาณ 3 วิ
ทำไง ทำไง อ้อเดวมันจะลองถาม Wireless LAN มาให้ดูว่ายังไง
เราก็อืมๆ ซวยละตู ไม่มีเนตใช้ เหมือนชีวตขาดอะไรไปสักอย่าง

สุดท้ายก็เลยตามเลย มัดมือชกบอก คู่รักเกาหลี ไปว่า
งั้นย้ายของเลยได้ป่ะ -__-" ก็แบบว่าคือว่า ของมันอยู่เต็มหลังรถเลยอ่ะ
ถ้าไม่เอาลงวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องมาใหม่ ขอเอาของเลยน่ะ
ความจริงไม่ได้กะมาอยุ่อะไรหรอก แต่พอดีว่า ไปรับรถมา ก็เลย
ก็เลยตามเลยแล้วกัน มันสองคนก็ทำหน้า งง อึ้งๆ ไปสักพัก
ก็ช่วยกัน กุหลี กุจอ ขนของลงจากรถเพราะฝนจะตก
ย้ายเสร็จสรรพ เวลาล่วงเลย ก็เลยจดรายละเอียดของกันและกันไว้
แถมจ่าย bond ไปก่อน $300 ก็แหม กลัวอ่ะ กลัวว่า เดวพรุ่งนี้มา
แล้วมันจะโยนของเราไว้หน้าบ้าน ถ้าทำจริง งานนี้มีเผา ฮ่าๆๆๆ

งานนี้ สอนให้รู้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่นน่ะล่ะ

เพราะต่อให้ต้องเดินตาแดด ตากลม หัวดำ หัวแดง
แต่เพื่อการอยู่รอด ก็ต้อง อดทน อดกลั้น สู้ให้ได้มาเพื่อที่ซุกหัวนอน (ดูยิ่งใหญ่มาก ฮ่าๆ)
ก็มันเหนื่อย แต่พอหาได้แล้วมีความสุข สู้โว้ย ย ย ย ย

ตะลอนทัวร์ Brissi

posted on 06 Sep 2008 19:33 by hoppy

วันนี้นัดกับเจ้าของ share house ที่ติดต่อไว้
แค่ก้าวออกจากบ้าน ก็อยากกลับเข้าบ้านซะเดี๋ยวนั้น
ก็พี่เล่น 36 องศา เดินไป กินหมูปิ้ง ไปได้เลยในเวลาเดียวกัน
กว่าจะถึงบ้านเช่า ก็ปาเข้าไปบ่ายโมง พอดีนัด

ก๊อกๆ เจ้าของบ้านเป็นคนจีน คุยไปคุยมา เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ UQ ซะงั้น
ฮื่ม `อ๊อบเอาแล้วไงล่ะวุ้ยๆ พอพาเดินไปดูห้อง ก็ไม่เล็กไม่ใหญ่
แต่ที่สำคัญคือไม่มีโต๊ะ ไม่มีเตียง ไม่มีเนต ไม่มีโทรศัพท์
I ที่เดือดร้อนที่สุดก็คือ ไม่มีแอร์ แง้ ๆ ๆ รันทด จริงๆ
สงสัยจะดีอย่างเดียวคือ ย้ายเข้าอยู่ได้เลย + ห้องน้ำ ส่วนตั๊ว ส่วนตัว อิอิ
ก็คุยๆ กับเค้าสักพัก ก็ต้องรีบย้ายไปหาน้องมารค์ ในเมืองแทน

เดินไปก็คิดไป จะอยู่ดีมั๊ยหว่า อย่างน้อย เค้าก็น่าจะช่วยเรื่องเรียน เราได้บ้างยิ่ง โง่ๆ อยู่

ถึงเมือง มาร์ค บอกอยู่ china town I เราก็เลยเดินไป รอไป
สุดท้ายก็เจอมารค์ สักที ชายหนุ่มมาพร้อมเสื้อสีน้ำเข้ม แล้วเราก็ตั้งหน้า ตั้งตาเดินเข้าเมือง

แวะไปที่ visitor information ก่อนอื่น เพราะว่า อยากรู้ว่าไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง
ก็ถามๆ อยู่สักพัก ก็มีน้องสาว อีกคนเดินเข้ามาหามารค์
สวัสดีค่ะ ชื่อ เชียร์ ค่ะๆ อิอิอิ น่ารักดี นึกถึง I นุ่น โดยบัดดล

แล้วทั้งมารค์ และทั้งเชียร์ ก็พา เดินทะลุไป ทะลุมา แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่
Easy way ร้านชาไข่มุก ที่นี่เค้าฮิต น่ะจ๊ะ ขอบอก แถวยาวเชียว
สุดท้าย I เราก็กินชานม ธรรมดา อร่อย สดชื่น คลายร้อน น น น
น้องๆ ทั้งสองก็ ทักทายเพื่อนฝูงกันไป ยกมือไหว้ ไวๆ
น้องค๊าบ พี่ยังไม่อยากแก่ ไม่ต้องไหว้ เดวพี่ไหว้เอง ฮ่า ๆ ๆ ๆ

แล้วก็พาไปดูร้านเกมส์ ที่นี่ไม่มี time zone แต่ขอโทษ นู๋ออย นู๋กรั๊ฟ
ขอบอกเกมส์ตีกลอง ที่นี่ไป เวอร์ชั่น 4 แล้วน่ะ
แต่ความสามารถในการตีคงไม่ค่อยดี เพราะ ยอดเหรียญไปสองที
ก็ game over ยังเล่นไม่ทันจบ 4 เพลงเลยครับพี่น้อง
ทนความห่วย ในฝีมือ ไม่ไหว ก็เลยต้องรีบชิ่งออกมากก่อน
เจ้าเชียร์ บอกว่า ที่นี่มีแต่ เซียน งั้นข้าน้อยขออำลาำ

ตั้งต้นออกเดินทาง ก็แวะเข้าไป target เพราะอยากได้ร้องเท้าเตะ
เลือกได้มาคู่หนึ่ง แต่แกะยังไงก็เกะ ไม่ออกเลย เดินไปหาพนักงาน
เค้าบอกว่า อันเนี๊ยะมันขาย สองคู่ เจ้าค่ะ หน้าแตก เพล้ง
นี่ถือเกิดเกะออกเนี๊ยะ ขาดทุน เพราะสองคู่ แค่ $4 อิอิ

เชียร์ มารค์ เริ่มบอกทางเยอะขึ้น I พี่อ๊อบก็ ยิ่ง งง มากขึ้น
เพราะ memory ไม่ค่อยดี นั่นก็ คือ จำ ไม่ได้ โหะๆ ๆ
แต่จะพยายามจำให้ได้ ไม่งั้นเดวคุณแม่ท่านมา จะโดนไม่ใช่น้อย ๆ
แล้วก็พากันไปถ่าย sticker !

แหมๆ มันก็ต้องมีกันบ้าง เป็นที่รำลึก แต่คิวก็ยาวใช้ได้อีกล่ะ
แต่ไม่เป็นไรต้องรอเจ้าเชียร์อยู่แล้ว ขอบอกคับ ที่นี่คนบ้า sticker
มิใช่คนเอเชีย แต่อย่างใด หากเห็นแต่คนหัวทอง โว้กเว้กอยุ่ในตู้
แต่ staff ร้านนั้นก็โหด เสียนี่กระไร ก็พี่ ท่านเล่น ตะคอกกลับ
เล่นเอาตกใจ ท่าทางดูดีมั่ก แต่ท่าจะอารมณ์เสีย หรือไม่ก็เป้นบ้า เพราะอากาศร้อน
แถมแอร์ในร้าน ไม่เย็น ก็ไม่รู้ อิอิอิ
3 2 1 ! ถ่ายกันไปหลายแชะ มาก แต่ให้เลือกแค่ 4 รูป ก็ งง ๆ
พอออกมาให้แต่งรูปไป 8 รูปสุดท้าย print ออกมาแค่ 4 act
เ้จ้าเชียร์ ถึงกับเซ็ง ก็น่ะ I เราแต่งกันแทบตาย คิดมุก ไม่ออก
ชื่อ ก็แล้ว วันที่ ก็แล้ว เมือง ก็แล้ว ปีก็แล้ว ตัวย่อ ก็แล้ว
แต่งจนเจ้าเชียร์ตาลาย ไปเลย ๆ
แบ่ง 3 หาร 3 ว่าแต่จะไปไหนต่อ

ป่ะ ไป China Town กัน ดีเลยน้อง พี่ละ่ อยากกิน Goreng
แต่ I เราก็ลืมไปว่า มันขายยกกล่อง พระเจ้าแล้ว จะแบกกลับบ้านไหวมั๊ยหว่า
สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อมา เพราะไม่รู้จะกลับกี่โมง ก็เลย เดวจำไว้ก่อน
แล้วค่อยว่ากัน ฮ่าๆ เรื่องของเรื่องก็คือ ขี้เกียจ ถือ นั่นเอง ๆ
แวะไปร้านไทย โอ้โห้ มีครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่าง คิดแล้วก็อยากกินอาหารไทย
งานนี้ ทั้งเีชียร์ ทั้งมารค์ จองอาหารฝีืมือแม่ ไว้แล้ว แบบเจ้าตัวก็ไม่รู้ ฮ่า ๆ ๆ
ก็ซื้อปลากรอบกระป๋องติดกลับมือมา

เชียร์กับมาร์ค พาไปดูโต๊ะ pool ก็น่ะ เมืองไหน เมืองไหน
ก็คงเหมือนกัน ไม่บ้าน ก็เรียน ไม่เรียน ก็เมือง
ถ้าเมืองก็ shopping ไม่ shopping ก็เล่นเกมส์
แล้วจะผิดอะไรเหล่า ถ้าเล่น pool แต่ก่อนจะเข้าไปถึงโต๊ะ pool
ได้กลิ่นอาหารหอมฉุย ๆ ที่เชียร์กับมารค์มากินตอนกลางวัน
เชียร์บอกว่า ให้ข้าวกับเนื้อเยอะ ดีๆ แห่มๆ
เหมาะมากคับน้อง สำหรับคนบ่มีตังค์ อย่างเพ่
แล้วพวกเราก็เดินเลยโต๊ะ pool ไปหยุดอยู่ที่ตู้เกมส์

งานนี้ มีนัด ดวล ศึกระหว่าง เชียร์ สาวน้อย ที่สู้สุดใจ
กับมารค์ เพื่อนซี้ ที่อาจจะเป็นศึกใหญ่ได้
สรุปแล้วไม่มีใครยอมใคร เพราะผลัดกันแพ้ ชนะ
แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่อะไร ไม่มีตังค์แลกเหรียญ ก็เลยเลิกเล่น น น

พอหยุดเดิน ก็หิวทันที

แล้วตกลงปลงใจไปกินเกาหลีลอยฟ้า ว้าว แค่คิดก็หรูล่ะ
พากันออกเดินไปขึ้นรถเมล์ 350 ที่นี่ต้องขึ้นรถเมล์มา ไม่ก็รถไฟ ก็ได้ สะดวกดี
ไม่ต้องเดินให้ร้อย ให้เหมื่อย ๆ
แล้วพากันลงที่ city กลับไป กลับมา ดีน่ะ ที่แดดเิริ่มเย็นลงบ้าง
ระหว่างทางขึ้นไปร้านเกาหลี ก็เกือบจะหยุดถ่้ายรูปกันล่ะ
แต่อดใจไว้ถ่้ายหลังกินข้าวเสร็จ (ในที่นี่หมายถึง ถ่ายรูป)

เออ เหะ ตรงนี้ มันคือทางเชื่อม นิหว่า ไม่รู้เลยน่ะเนี๊ยะ ว่าเป็นร้านอาหาร
นึกว่าเป้นทางเดินระหว่างตึก อืม ดีๆ สั่งเลย หิวล่ะ
เชียร์ สั่งข้าวกับหมูคลุก มาร์คกับ I เราสั่ง เนื้อกับหมู กะทะร้อน
พอสาวเกาหลี มาเสริฟ ก็แอบ งง กันเล็กน้อย เพราะว่า
มันเหมือนกัน แต่ก็มิเป็นไร แชร์ กันได้ๆ อร่อยด้วย
กิมจิ อร่อยดี ไม่ชุน เกินไป แง่มๆ แบบนี้ ต้องบอกต่อ ฮ่าๆ

พอกินอิ่ม ก็เริ่มขี้เกียจเดินต่อ แต่ มิได้ หรอก
สุดท้ายก็พากันไปถ่ายรูป หน้าร้านเกาหลี นั่นล่ะ
ทั้งเชียร์ ทั้ง I เราเอง ก็น่ะ บ้า อยู่แล้ว ถ่ายได้เลยน้อง
ไม่เคยอายด้วย พี่อ่ะ ก๊ากๆ พอเริ่มมีคนมอง + มีคนเข้าร้านเยอะขึ้น
ก็หนีไปถ่ายที่หน้าลานโบว์ลิ่ง แต่ไม่ได้ลิ่ง หรอกน่ะ
เพราะกลัวล้างท่อ อาย ได้อีก ๆ

หลังจากนั้น มหกรรม ถ่ายรูป ก็ยังดำเนิน ต่อไป
สุดท้ายหยุดนั่งพัก กันที่ม้ายาว คุยกันเรื่อยๆ + ช่วยเจ้ามารค์
คิด idea รายงานที่จะสอบ น้องค่ะ เพิ่งคุณพี่เนี๊ยะ
จะดีเรอะ เหอะๆ พี่เองยังเอาตัวไม่รอด เล้ย อิอิ

ก็ช่วยๆ กันไป สักพักเจ้าเชียร์ ขอกลับบ้าน ก็มันดึกแล้วนิ
ป่ะๆ แต่ก่อนกลับ I เราก็บอกว่า แล้วอย่าลืมน่ะจ๊ะ
ทริปไปเที่ยว Gold Coast อยากไปโดดน้ำที่ Dream World เป่า
พี่ยังมีที่เหลืออีก 3 ที่ ถ้าอยากไป อย่ารอ ช้า
รีบไปหาซื้อชุดว่ายน้ำ ในเร็ววันนี้ แล้วเสาร์นี้ เจอกัน อิอิอิ

เจ้าเชียร์กลับไปได้สักพัก ก็กลับกันบ้าง แต่ก็มิวาย
นั่งรถไฟไปทำการบ้านไป พอถึง Bray Park station
เจ้ามารค์ก็ลงไปต่อ Taxi แต่วันนี้เห้นนับถอยหลังใหญ่
ก็วันเกิดนิ ไม่ได้หรอก จะ 17 แล้ว อยากจะ 18 ไวๆ
น้องค่ะ พี่อ่ะ ไม่อยากวันเกิดแล้ว เพราะมันแก่ ขึ้นทุกปี
มีปีไหนมั๊ยที่มีวันเกิดแล้ว เด็กลง 1 ปี ฮ่าๆ

แต่ยังไง ก็ขอให้มารค์ มีความสุขมากๆ น่ะจ๊ะ
ขอให้ได้ AAA ทู๊กวิชา รวยๆ เงินดอลล่าห์ สู้โว้ยๆ

พอลงจากรถไฟ ก็ งง ครับ เพราะนึกว่าจะมี taxi มารอก
แต่เปล่า ไม่มีแม้แต่คันเดียว ก็เลยต้องบอกให้เจ้าหน้าที่
เรียกรถ taxi ให้เจ้ามารค์บอกไว้ ไม่งั้นโทรเรียกเองเสียตังค์เอง ฮ่าๆ
เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ เราก็ไปยืนรอ

5 นาที ผ่านไป 10 นาที ผ่านไป 20 นาทีผ่านไป รถไฟ ขบวนจาก
city มาที่ petrie มาถึง มีคนลงมารอ taxi อีก อยากจะบอกว่า
นี่รอ มา 20 นาทีล่ะ ยังไม่มาสักคัน แล้วนี่พวกนี้ เพิ่งถึง เพิ่งโทรเรียก
คงจะมีหรอก และแล้ว รถ taxi cat ก็ขับมาจอดตรงหน้า i อ๊อบ
แต่มิสามารถขึ้นไปได้ เพราะมีอิหน้าเกาหลี สองคน เดินดุ่มๆ เข้ามา
แล้วบอก booking ก๊ากๆ เซ็ง เซ็ง สุดท้ายมองไป มองมา
เฮ้อ เอาหว่ะ ดีกว่าไม่ได้กลับบ้าน ขืนรอต่อไป
เลยเรียก host มารับแทน เหะๆ ก็น่ะ มันดึกแล้ว จะ สี่ทุ่มครึ่ง รอรถ taxi
เกือบครึ่ง ชม มันยังไม่มา แต่ host มารับเราก็พวกรอ taxi อีก
แอบดีใจ รีบโดดขึ้น รถกลับบ้าน ทันที อิอิ

Ps.ขอบคุณเจ้ามารค์ เจ้าเชียร์ ถึงพี่จะจำทางไม่ค่อยได้
แต่คิดว่าไม่น่าจะหลงอีกต่อไป ถึงจะจำร้านอร่อยที่บอกไม่ค่อยได้
แต่คิดว่าอย่างน้องพี่ก็รู้ล่ะ ว่าหาของกินได้ที่ไหน ฮ่าๆ
Thank you น่ะจ๊า

Orientation week หรือ i Ohp Week ???

posted on 06 Sep 2008 19:31 by hoppy

ก็นั่นน่ะสิ นี่สรุปยังไม่รู้เลยน่ะ เป็นอาทิตย์อะไรกันแน่
ก็ที่มหาวิทยาลัย (ต้องใช้ศัพท์ภาษาไทยให้ถูกต้อง) เค้ามีจัด O'Week
ให้นักศึกษาอย่างเราๆ ได้รู้จักมหาลัย (ขอใช้คำย่อ) ให้ดีมากยิ่งขึ้น
ว่ามุมไหน เป็นมุมไหน ตึกไหนมีอะไร ห้องสมุด ที่กินอยู่ไหน

แล้ว i อ๊อบล่ะ อยู่ไหน ฮ่าๆ i อ๊อบก็อยู่ในมุมเล็กๆ ที่เข้าจัดให้
จันทร์ถึงศุกร์ i อ๊อบไปมา 3 วันถ้วน !!!
ก็มันไม่ไหวจริงๆ อ่ะคับ อากาศย่ำแย่สุดๆ เดินออกจากบ้านก็ไกลมา
รถเมล์ก็วนไป วนมา จนจะอ้วก ก็ยังไม่ถึงสถานีรถไฟ
อยู่บ้านกับหมา ดีกว่า (ความจริงไม่ดีหรอก อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)

Orientation week หรือ i Ohp Week

เช่นวันจันทร์ที่ผ่าน ก็ไป รับน้อง อารมณ์ประมาณว่า อาจารย์แต่ล่ะฝ่าย
มากล่าวตอนรับสู่มหาวิทยาลัย แนะนำตัวแบบย่อยๆ
แนะนำ สายการเรียนแบบเข้าใจง่ายๆ ได้ใจความ โดยรวมก็ประมาณ เกือบ ชม ได้
แล้วก็แจกเอกสาร + ปากาานิดหน่อย i เราก็ชอบของฟรี ก็เก็บมา ฮี่ๆๆๆ
ผ่านไปตอนบ่ายสอง ก็ไปเข้า IT ดูว่าจะเล่นเนตได้ยังไงที่ไหนบ้าง
แล้วเชคเมล์ของมหาลัยได้ยังไง มี website อะไรที่สำคัญ
ถ้ามีปัญหาขอคำปรึกษาได้ที่ไหน ตอนแรกเกือบจะเข้าไม่ได้ ไปยืนเอ๋ออยู่หน้าห้อง
ก็ห้องมันเต็ม คอมก็เต็ม แต่อาจารย์เห็นใจเลยเรียกให้เข้าไปนั่งฟังๆ
พอหมดเวลาการแข็งขัน ก็ไปหาไรกินระหว่างทางก็มี BBQ ปิ้งขายกันหนุกหนาน

ต่อด้วยภาคบ่ายของวันจันทร์ ก็ไปเข้า class ของ School of Tourism
เกือบจะหลงไปผิดห้องอยู่หลายที เพราะก็น่ะ เขียนไว้รวมๆ ว่าให้เ้ข้าห้องไหนก็ได้
i เราก็เข้าไปนั่งเอ๋อ (เอ๋อ ทั้งวัน) ปรากฏว่า รู้สึกได้ถึงความโง่ ก็เลยรีบออกมา
ก็ห้องนั้นเล่นมีแต่เด็ก Finance Econ Account ดูฉล๊าด ฉลาด เด็กบ้านนอกอย่างเรา
ต้องรีบล่าถอยออกมาจนเจอ staff ที่เ้ข้ามาบอกว่า ของ hospitality อ่ะ
ย้ายไปอีกห้องหนึ่งแล้วจ๋า แง่มๆ ดีแล้วล่ะ ที่ไม่ใช่ห้องเมื่อกี้ เหอะๆ

เข้าไปห้องใหญ่เชียว แต่คนน้อย เหะๆ สงสัยไม่ค่อย ฮิต แน่ๆ
ปรากฎว่า งานนี้ อาจารย์ที่สอน มาพูดด้วยตัวเองเลย วู้วๆ
แนะนำเกี่ยวกับคอรส์จาก School of Tourism ที่แยกย่อยออกมา
เป็น Hopitality management ก็มี Event management ก็มี
แล้วแต่จะเลือก ให้ตรงกับที่ชอบ และแล้ว i อ๊อบก็ได้ตารางเรียน
ไม่อยากจะได้เล้ย พอรับมาปุ๊ป ชะตากรรมก็เริ่มเห็นลางๆ
เพราะว่ามีเรียนเช้าสุด 8 โมง พระเจ้าช่วยแล้วจากบ้านป่า หลังนั้น
กว่าจะถึงเมืองมาเข้าเรียน ไม่ปาเข้าไปเที่ยงเหรอหว่ะนั่น
ที่สำัคัญเรียนแค่ 4 วัน วันล่ะ 2 ชม คุณพี่ค่ะ i อ๊อบท่อมาจากบ้านป่า
ก็ 2 ชมแล้ว แล้วให้เรียนแค่ 2 ชม มันน่าเหนื่อยใจมั๊ยเนี๊ยะ แถมฟรี ทางกลับบ้านอีก 2

วันแรกหมดไปด้วยอาการเหนื่อยล้าจากสังขารที่ไม่เคยตากแดด โดนลม มานาน ฮ่าๆๆๆ

Orientation week หรือ i Ohp Week

อาการฟิตยังพอมีอยู่ ณ วันอังคาร
ไปรับฟังการจด Tips หรือ Short Note ให้เข้าใจง่ายๆ เวลาเรียน Lecture
เค้าบอกว่าถ้าคิดจะอัดเีสียงแล้วไม่บอก เค้าถือว่าผิดกฎได้ น่ะ
อ่ะ งั้นเดว แอบไว้ใต้เกาอี้ จะได้ไม่เห็นดีมั๊ยค่ะ อาจารย์ ~
แล้วการจด note ที่ดีที่สุดคือ key word ให้เข้าใจ
ถ้าไม่เข้าใจให้รีบถามอาจารย์ ให้กระจ่างก่อนแล้วค่อยออกจากห้องเรียน
ปกติ ทำไม่ค่อยได้ เพราะว่าออกจากห้องก่อน อาจารย์ทู๊กทีๆ
เนื่องจากไปถึงมหาลัยสาย ก็เลยโดดบังคับไป LIBRARY Tours
อยู่นานสองนาน กว่าจะออกจากทัวร์นั่นได้ ความจริงก็ดีอ่ะคับ
แต่ไปหลายตึกมากเลย Library staff ก็บอกว่าจะเข้า access online ได้ยังไง
เวลา book หนังสือออนไลน์ ก็ทำได้น่ะ แล้วก็บอกแต่ละชั้นคร่าวให้ฟัง
ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ห้องสมุดนั้น สำคัญ ฉะไหนๆ

19-02-08


วันนี้ช่างตื่นสายเสียนี่กระไร ก็กะจะไม่ไปมหาลัยอยู่แล้ว
ความจริงวันนี้ก็น่าไปมหาลัยอยู่มากๆๆๆ
เพราะว่าเป็นวัน Market Day อารมณ์จะคล้ายเป็น นักศึกษาเก่าใหม่
จะมาจับกลุ่มคุยกัน สนุกสนานเฮฮา มีเกมส์ให้เล่น มีของแจก
วันนี้ถ้าใครไม่มีเพื่อน จะได้เพื่อนกัน ก็วันนี้ล่ะ
ยิ่งเป็นพวกฝรั่ง ออส แล้วล่ะก็ การหาเพื่อนไม่ยากสำหรับมานเลย
ก็เลยเก็บบ้าน กวาดบ้าน ขอบอกคับพี่น้อง บ้าน Homestay รกมาก
รกอย่างไม่น่าเชื่อ สกปรก แถมให้นิดหน่อย ทนไม่ได้
+ ไม่มีอะไรทำ ก็เลยเก็บบ้าน พอโฮส กลับมา งง ว่าทำอะไรกับบ้านมัน
เย็นวันนั้นอ๊อบเลยได้กินสเต็กจากโต นอกบ้าน ไปหนึ่งมื้อ หว่า ฮ่า

หลังจากพักมา 1 วันอ้ายออบ ก็กลับไปที่มหาลัย วันพฤหัส

เป็นวันของการนัดเจอของนักเรียน และ อาจารย์ผู้สอน ในสาขา วิชา hospitality                             เป็นอันที่หนุกหนานเพราะได้กิน BBQ อร่อย แถมฟรี ด้วย แต่ร้อน มากมาย กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปบ่าย 2      ก็เลยแอบไปเดินเมืองอีกนิดหน่อย เหะๆ

P.S. oreintation เป็นการแนะแนวสำหรับเด็กใหม่ และบ้านน้อก บ้านนอก อย่างเรา                           ที่จะได้รู้ว่ามหาลัยแห่งใหม่นั้นเป็นเยี่ยงไร ป๊าด แต่ยังไงก็ได้ความร้อนช่วยลดลงหน่อยก็คงจะดีๆ

อาทิตย์แรก ทำอะไร

posted on 06 Sep 2008 19:28 by hoppy

กว่าจะหาย งง ว่าจะทำยังไงหนอ กับ keyboard ที่บ้าน homestay
ก็มันไม่มีภาษาไทยให้พิมพ์ ไอ้เราจะไป download จากเว็บ
ก็กระไร อยู่ ถ้าโหลดแล้วมี ไวรัส ล่ะ ซวย ตาย
เพราะเจ้าของเครื่องติด War Carft อาการหนักพอควร
สุดท้ายก็ได้เว็บใจดี๊ดี ให้เราพิมพ์ไทยแล้ว copy~paste เอา
credit .. http://www.learningthai.com/thaikeyboard
พิมพ์ไปมั่วไป ตกหล่นบ้างตกขออภัย

และแล้ว นู๋อ๊อบก็ได้เหยียบเข้ามาที่เมืองนี้ เมืองใหม่ แผ่นดินเดิม

วันแรกของการตื่นนอน ก็เหมือนทั่วๆ ไป แต่ที่จะแปลกไป
ก็คือ คนแปลกหน้าทั้งหลาย เหล่านี้ แต่สักพัก ก็คง คุ้นๆ กันไปเอง
เอาล่ะ ตื่นมาวันอาทิตย์ คุณ host ก็บอกว่าไป shopping centre กัน
ไอ้เราก็ งง สิครับ วันอาทิตย์ ไปทำไม ห้างปิด อะไรๆ ก็ปิด นิหว่า
เป็นอันว่า เอ๋อเหรอ เพราะที่ shopping centre เปิดวันอาทิตย์ด้วย
ฮ่าๆ พระเจ้าจอร์ช คนหน้าแตก ก็เลือกซื้อของ กินมาติดไว้
กันหิว เอาน่ะ ขำๆ แต่ก้อไม่ลืม mee goreng หรอก แต่ซื้อแค่ 3 ห่อ
ไว้ค่อย ยกโหล อีกที อิอิอิ

กลับบ้านสักพัก ก ก็มีรถ Hoden คันงามสีดำ มารับตัว !
มิใช่อะไรหรอก เป็นเจ้าหน้าที่ มาดูแลว่า รอดมาได้ยังไง
ก้อพี่คุณเล่นค่า pick up airport ตั้ง $100 ก่าเหรียญ
ไม่ไหว มั๊งคับ มาเองง่ายกว่า เยอะๆ แต่ก็ยังดี ที่มาดูดำ ดูดี เราบ้าง
แล้วก็พา เราไปดู bus stop ต่างๆ แถมพาไป train station ด้วย
ไปเอา time table มาดู ว่ามีรถกี่โมงบ้าง สุดท้ายพี่แกบอกว่า
พี่แกเป็นตำรวจ เอาล่ะคับ อ้ายอ๊อบยิ่งไม่ถูกกับตำรวจ อยู่ด้วย
เราก้อ อืมๆ ตำรวจ แล้วไง จับเลยมะ

กลับมาถึงบ้านก้อแจ๋นเข้าห้อง ไม่รู้จะทำไร กลิ้งไปกลิ้งมา
พอจะเล่น NTDS ก็ แบตหมด นอนยัง MP3 เห็นแบตหายไปขีด
ปรากฎว่าลืมเอาสายชาร์ทมาทั้งคู่ แล้วจะทำไรดีหว่าเนี๊ยะ
คิด ๆ ค้น ๆ สุดท้าย ก็ได้หนังสือ มา 1 เล่มถ้วน
อ่านจบ มันคืน นั้นล่ะ พอนึกขึ้นได้ แล้วจะเอาอะไรที่ไหนอ่านต่อล่ะเนี๊ยะ

เฮ้อ แถมร้อน อีกตั้งหาก

 

16 FEB 2008

 

หลังจากนั่งเครื่อง อันที่จริงต้องบอกว่า ตลอด 4 ชม จาก Perth มา Brisbane
i อ๊อบ หลับตลอดเที่ยวบินเลยคับ
ตื่นแค่กิน กับ เข้าห้องน้ำ
พอคุณกัปตันบอกว่า เรามาถึงแล้ว พี่น้องคับ i อ๊อบตื่นเต้น
แต่ที่ งง ไปกว่านั้น พอก้าวออกพ้นจากประตู
เป็นอันตกใจคับ เพราะญาติพี่น้อง ทั้งหลาย มา อ้อ กันอยู่หน้าประตูเล้ย
อารมณ์ประมาณว่า กรุงเทพ มา เชียงใหม่
แต่เราก้อนึกได้ ว่า เออ เราไม่มีญาตินิหว่า ไปเอาประเป๋าเร็ว
พอรับกระเป๋า เสร็จสรรพ ดันหิวน้ำอัดลม จะไปกดตู ซะหน่อย
ก็เป็นอันชะงักเพราะพี่โค้ก เล่นตั้ง $3 กว่า แพงวุ้ย 
เดินดุ่มๆ ไปเรียก taxi แทน

แต่แหม คุณพี่เค้าเล่นไม่ช่วยยกกระเป๋าเล้ย
i อ๊อบก้อต้องเล่นบท กระเป๋า หนั๊กหนัก ช่วยหน่อยเด่ะ
พอบอกที่อยู่ คุณพี่เค้าก้อเดินทางออกจากสนามบินทันที


ขับเข้า Freeway ตรงดิ่งไปเรื่อยๆ เราก้อนั่งมอง มิเตอร์ เพลินๆ
คุณพี่เค้า ก็หันมาถามว่า Which is the best way to go ManGo Hill
อึ้ง ครับ อึ้ง ไปประมาณ 3 วินาที ได้
ก้อแหม นี่ก้อครั้งแรกในชีวิตเหมือนกันค๊า
อย่าบอกน่ะว่าคุณพี่ taxi ก็เพิ่งมาขับเป็นครั้งแรกในชีวิต ตา่ยล่ะหว่า
ทำไงดีตู แถมพี่ท่าน ยังหงุดหงิดใส่อีก อ่ะอ้าว คนไม่รู้ให้ทำไง
สักพักก็เริ่มเปิด GPA ดู แหมๆ ทำหรู สุดท้าย ก้อต้องนั่งเปิด map
ฮ่าๆ แล้วก้อ ออกเดินทางต่อ แต่ก้อยังหยุด ดูแผนที่เรื่อย
จนถึงหน้าประตูบ้าน มิเตอร์บอก $65 อ้ายเราก้อจ่ายตังค์
แต่คุณพี่ท่าน เด็ดกว่า ให้เราขนกระเป๋าลงเอง มันก็ไม่ได้หนักมากหรอก
แต่พี่ท่าน เล่นเปิด เหน็บไปเลย รู้งี้ ไม่ปิดท้ายให้ดีกว่า ดูดี จะมาดูดำ ดูดีเรามั๊ย อิอิ

 

เอาล่ะ มาถึงบ้าน homestay ล่ะ ปรากฎว่า เงียบเชียบ สนิท จะมีที่นอนมั๊ยหว่าเนีี๊ยะ
เวลาก้อล่วงเลยจะทุ่มแล้ว ฮื้อๆ เดินด่อยๆ เข้าไปกดกริ่ง ป๊าด ด ด กริ่งเสีย แง้ๆ
เคาะ ป๊อก ป๊อก สองที่ กลายเป็นหมาเห่า พระพี่เจ้า หมาตัวหย่าย
สักพัก host ก็ออกมาเปิดประตู เค้าชื่อ Andrien ,, Phil ,, แล้วก็ลูกสาว Samantha

เราก้อยิ้ม ม ม ม ลูกเดียว ยังไม่กล้า ต่อล้อ ต่อเถียง แต่อย่างใด
พอถึงห้อง ก้อ งง นิดหน่อย เพราะมีแต่ตุ๊กตาเด็ก + อ้ายเราก็บอก host ไปว่า
ไม่เป็นไร ชั้นชอบตุ๊กตา (แต่ที่จำได้ ก็ตุ๊กตาพวกนี้ล่ะที่เก็บไปขายตลาดมือสอง ตอนย้ายบ้าน)

แต่เตียงใหญ่ใช้ได้ สรุปแล้ว คืนนั้นก่อนนอน ซัด pizza ไปถาด
อิ่มปุ๊ป ก้อ เสียบ mp3 แล้วก็นอน ปั๊ป เพราะยังไม่สนิทกับ host
รู้แต่ว่าบ้านนี้ นอนดึก ดูหนัง ฟังเพลง กันสุดๆ ไปเลย

 

วันแรก ณ แผ่นดินแห่งเดิม Australia กับเมืองใหม่ `Brisbane`
จะเป็นยังไงกันหนอ มันน่าคิดจริงๆ จะรอดมั๊ยหว่า เนี๊ยะ ตูๆ